• ปรับขนาดตัวอักษร

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระยอง

Office of Provincial Commercial Affairs Rayong

2563 ปีทองสินค้าเกษตร

https://www.commercenewsagency.com 21 ก.ย. 2563 อ่าน [1]

...
ปีนี้ พูดได้ว่าเป็น “ปีทองสินค้าเกษตร” ปีหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะพืชผลทางการเกษตรเกือบจะทุกตัว ราคาสูงขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
         
เกษตรกรพอใจ ยิ้มออก เพราะขายผลผลิตได้คุ้มกับต้นทุน
         
สินค้าเกษตรหลัก ทั้งข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่อยู่ในโครงการประกันรายได้ ยิ่งหายห่วง ช่วงไหนราคาตก มีเงินจ่ายชดเชยให้ ได้เงินทั้งกระเป๋าซ้าย (ขายตามราคาตลาด) กระเป๋าขวา (เงินส่วนต่างที่รัฐบาลจ่ายสมทบให้)
         
ส่วนสินค้าเกษตรอื่นๆ ก็มีมาตรการดูแลตามความเหมาะสม ราคาขยับขึ้น แทบไม่ต้องเป็นห่วงเช่นเดียวกัน  
         
ปีทองสินค้าเกษตรที่เกิดขึ้น ถือเป็นผลงานรัฐบาล ผลงานกระทรวงพาณิชย์ และผลงานกรมการค้าภายใน

โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ที่คอยขับเคลื่อน จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ ก็คือ “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” และอีกคน “นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน
         
ทั้ง 2 ท่านนี้ คนหนึ่ง เป็นผู้กำหนดนโยบาย คนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ทำงานเข้ากัน งานก็เลยออกมาดี
ผลงานที่เกิดขึ้น อย่างโครงการประกันรายได้ เริ่มทำมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จ ทำเรื่อยมาจนปี 2563 ปรากฏว่า มีเกษตรกรได้ประโยชน์ไปแล้ว 3,646,477 ล้านครัวเรือน (ราย) จ่ายเงินชดเชยไปแล้ว 58,174.03 ล้านบาท คิดเป็น 80.84% ของวงเงินงบประมาณรวมทั้งหมด 71,210.17 ล้านบาท
         
เงินส่วนนี้ เป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกร จ่ายให้ในช่วงที่ราคาต่ำกว่าประกันรายได้
         
แต่ในช่วงที่ทำโครงการประกันรายได้ ก็มีการนำมาตรการเสริมออกมาใช้ เพื่อผลักดันราคา ทำให้บางช่วง ไม่ต้องจ่ายชดเชยส่วนต่าง เช่น ข้าวเหนียว ปาล์มน้ำมัน
         
สำหรับราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในโครงการประกันรายได้ ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย.2563 ข้าวหอมมะลิ ตันละ 14,850 บาท เพิ่ม 1.71% ข้าวเจ้า ตันละ 9,050 บาท เพิ่ม 19.08% ข้าวเหนียว ตันละ 16,400 บาท เพิ่ม 7.54% ข้าวปทุมธานี ตันละ 10,300 เพิ่ม 13.81% มันสำปะหลัง กก.ละ 2.15 บาท เพิ่ม 2.38% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กก.ละ 8.20 บาท เพิ่ม 2.18% ปาล์มน้ำมัน กก.ละ   3.65 บาท ลด 3.95% และยางแผ่นดิบ กก.ละ 37.50 เพิ่ม 1.35%
         
ส่วนสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ผลไม้ มีการวางแผนล่วงหน้าก่อนผลผลิตจะออกสู่ตลาด ทั้งการเชื่อมโยงตลาด การขายออนไลน์ การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การขยายตลาดต่างประเทศ และการส่งเสริมการบริโภคในประเทศ
         
ผลที่เกิดขึ้น ราคาผลไม้ที่เคยประเมินว่า จะราคาตกต่ำ เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีการปิดเมือง การขนส่งโลจิสติกส์มีปัญหา กลับไม่มีปัญหา แถมราคาขยับขึ้น
ราคาทุเรียน ปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ กก.ละ 138 บาท (มี.ค.2563) สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ กก.ละ 121 บาท มังคุด กก.ละ 83 บาท (มี.ค.–พ.ค.2563) สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ที่กก.ละ 52 บาท เงาะ ต้นฤดู กก.ละ 29 บาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ กก.ละ 25 บาท
         
ทางด้านสินค้าเกษตรตัวอื่น อย่างหมู ราคาก็ปรับตัวขึ้น จากความต้องการส่งออก ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่กรมการค้าภายในได้มีการตกลงกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กำหนดราคาหมูเป็นไม่ให้เกิน กก.ละ 80 บาท เพื่อให้ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดง ไม่เกิน กก.ละ 150-160 บาท เพื่อดูแลผู้บริโภค
         
ไข่ไก่ ปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ฟองละ 2.80-2.90 บาท ต้นทุนเฉลี่ยฟองละ 2.60 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ หลังมาตรการผลักดันส่งออกไข่ไก่ 60 ล้านฟองได้ผล
         
ขณะที่ ปลากะพง ที่เป็นสินค้าไม่เคยมีปัญหา แต่ปีนี้ มีปัญหา เพราะเจอโควิด-19 ทำให้การบริโภคลด จากร้านอาหารปิด โรงแรมปิด ไม่มีนักท่องเที่ยว ได้เข้าไปช่วยเชื่อมโยงการจำหน่าย ทั้งขายในห้าง ส่งขายภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรม ทำให้ราคาขยับขึ้นจาก กก.ละ 70-80 บาทเป็น 130 บาท
         
สินค้าเกษตรอื่นๆ ก็ราคาขยับขึ้น อย่างกระเทียม หลังเป็นสินค้าควบคุม ดูแลเรื่องการขนย้าย แจ้งปริมาณ ที่เก็บ ราคาก็ขึ้น , มะพร้าว คุมการขนย้าย ดูแลการนำเข้า ส่งเสริมให้แปรรูป ราคาก็ขึ้น , กุ้ง เชื่อมโยงการจำหน่าย จัดการจับคู่ทางการค้า ราคาก็ขึ้น และ พืชหัวและกาแฟ สนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรรวบรวม คัดคุณภาพก่อนขาย ราคาก็ขึ้น
         
นายวิชัย บอกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เพราะนโยบายชัดเจน โดยนายจุรินทร์ขอให้ทำงานล่วงหน้า ทำแผนล่วงหน้า และมีมาตรการเสริมให้เหมาะสม จนทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรปีนี้ดีเกือบทุกรายการ ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น
         
แม้เครื่องจักรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวอื่น จะชะลอ หรือชะงักลง ไม่ว่าจะเป็นภาคการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยว แต่ภาคเกษตร ยังเป็นเครื่องจักรสำคัญตัวหนึ่ง ที่ช่วยขับเคลื่อนและหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยให้เดินต่อไปได้
         
ถึงต้องบอกว่า ปีนี้เป็น “ปีทองสินค้าเกษตร


ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร


บริการออนไลน์จากกระทรวงพาณิชย์

BANNER จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด

    result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array

BANNER จากสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์